วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559

[MIE&MIS Mission]-(8):Mr.S:The Last Masquerade-1

เอนทรี่นี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของ 
New banner 
และ
New banner 
//////////////////////////////////////////////////

 
ดองมานานเพิ่งจะได้อัพ
//////////////////////////////////////////////////
The Last Masquerade-1
หนึ่งวันก่อนงานการกุศล "Whitmore's Masquerad Ball"
...............................................................
ซิลเวียนหลุบมองวัตถุชิ้นหนึ่งที่ทอดกายนิ่งบนโต๊ะทำงาน หน้ากากโลหะ สีสันบ่งบอกความเก่าแก่ของมัน ที่เดินทางมาไกลผ่านยุคและไกลผ่านอีกฟากทะเล ถึงเขาจะเป็นคนฝรั่งเศสที่จู้จี้กับงานศิลปะแต่ก็ยอมรับว่างานศิลป์ของญี่ปุ่นอันไกลโพ้นชิ้นนี้สวยจับตา
ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ของหน้ากาก "ยักษ์" ที่น่าเกรงขามนี้แต่เป็นความรู้สึกที่เขาได้เห็นมัน...รู้สึกเหมือนมองตัวเองในกระจก

"...ปิศาจเหมือนกัน..ว่างั้น?"

รอยยิ้มพรายที่มุมปาก มือกร้านหยิบหน้ากากมาลองสวมทับใบหน้า เตรียมพร้อมเพื่อวันพรุ่งนี้ งานการกุศลจัดโดยมูลนิธิวิทมอร์ ที่ไม่ต้องประกาศบอกองค์กรที่ตามกลิ่นเขาและชาร์ลอยู่ก็คงจะมาเพ่นพ่านอยู่เต็มงาน พวกนั้นระแคะระคายความสัมพันธ์ระหว่างMISและวิทมอร์อยู่เต็มทีจากเรื่องวุ่นวายที่มีเอเจนต์ของฝั่งนั้นมาเกี่ยว...
จากความผิดพลาดของเอซออฟไดมอนด์ยังผลให้เขาต้องเสียเพชรน้ำงามอย่างมีอาไป เขารู้ว่าชาร์ลคงไม่พอใจที่จะเสี่ยงให้ความลับในโลกมืดของตัวเองต้องเปิดเผย 
แต่ซิลเวียนไม่แคร์แล้ว
หมากเกมนี้ดำเนินมาจนใกล้จุดจบ เขาเสี่ยงเพื่อจะแลกกับศึกสุดท้ายนี้
ซึ่งผลมีเพียงแต่เขากับอีกคนเดียวเท่านั้นที่จะรู้ผลได้

ซึ่งแน่นอนว่าคุณต้องมาใช่ไหม...มิสเตอร์เอ็ม

เสียงเคาะแผ่วเบาดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานก่อนประตูเปิดแง้ม ไม่ต้องมองก็รู้ว่าเป็นใคร เพราะคนที่เข้ามาภายในห้องนี้ได้มีเพียงมิสเตอร์เอส หัวหน้าผู้ก่อการร้ายกับมือขวาคนสนิทของเขาเท่านั้น

"...ไคล์?"

ชายสูงวัยกว่าเอ่ยทักชายหนุ่มร่างเพรียวผู้เดินเข้ามาในห้องพร้อมกล่องของในมือ ชายหนุ่มมองเขาด้วยสายตาพิศวงปนขบขัน ก่อนขยับเข้ามายืนเคียงข้างแล้วลูบสัมผัสผิวหน้ากากแผ่วเบา

"คุณอัลหน้าตาเปลี่ยนไปนะครับ.."

ซิลเวียนยิ้มบางใต้หน้ากาก รั้งเอวอีกคนเข้ามาแนบกาย พูดด้วยน้ำเสียงคล้ายหยอกล้อ

"ตอนนี้ชั้นคือปิศาจร้ายต่างหาก.."

เรียกเสียงหัวเราะขบขัน ไคล์ หรือโจกเกอร์ หรือเพชฌฆาตส่วนตัวของเขาถอดหน้ากากออกให้แล้ววางไว้บนโต๊ะ ดวงตาสีฟ้าสบมองเขาวูบหนึ่งเร็วจนไม่ทันเห็นความเศร้าหม่นในดวงตา

"ทุกอย่างสำหรับพรุ่งนี้พร้อมแล้วครับ..คุณอัล..."

ชายหนุ่มผละออกจากอ้อมกอดอย่างนุ่มนวลแล้วถอยมายืนเคียงข้าง คอยรับคำสั่งจากเขาแล้วทำตามเหมือนที่เคยทำมาทั้งชีวิต
แม้สิ่งที่ซิลเวียนต้องการจะเป็นการคร่าชีวิตตนเองก็ตาม

"ครั้งนี้.."

ชายสูงวัยหลับตาลง นึกถึงคนบางคนที่แผดเผาจิตใจเขาให้ร้อนรนตลอดมา

"ชั้นจะจบเรื่องกับไมลส์ซะที.."
...............................................................
เขาลืมตาขึ้นมา
ภาพที่เห็นตรงหน้า..ราวกับนรก...แบบที่เคยเห็นเป็นประจำ
เสียงระเบิด ควันไฟและเถ้าคละคลุ้งคาวกลิ่นเลือดในบรรยากาศทำเอาหายใจลำบาก
ไม่รวมกับความรู้สึกที่เหมือนโดนกระชากหัวใจออกไปทั้งเป็น
ซิลเวียนยืนหลบในมุมมืดของสิ่งหักพัง สายตาพร่าพรางเพราะพิษบาดแผลที่เสียเลือดมากจากการต่อสู้ สอดส่ายมองหาคนที่ต้องการเห็นตอนนี้
หนึ่งคือลูกน้องคนสนิทของเขาที่คิดว่าคงยังปลอดภัย..ไคล์ไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง
เสียงลั่นกระสุนดังไม่ห่างนักมาจากห้องโถงที่เมื่อครู่ยังเป็นฟลอร์หรูให้แขกที่มางานเต้นรำได้สนุกสนาน บัดนี้มันกลายเป็นเพียงซากที่ถูกระเบิดจนพังยับเยิน
หางตาเห็นกลุ่มลูกน้องระดับล่างของชาร์ลยิงคุ้มกันคนของตนออกไป
ส่วนเอซออฟคลับส์และฮาร์ทน่าจะหลบไปได้... ไรอันเก่งในการเอาตัวรอดอยู่แล้ว
มิสเตอรเอสนิ่งคิด
ไม่ใช่ฝีมือเขา
ซิลเวียนแน่ใจ MISและชาร์ลไม่มีทางเสี่ยงปะทะตรงๆในงานที่เต็มไปด้วยสายตาของคนภายนอกแบบนี้ บางทีอาจเป็นฝีมือของคนฝั่งเอเจนต์MIE...ไม่ก็มือที่สาม
ชายสูงวัยขยับตัวอย่างยากลำบากจากบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกาย ยังดีที่ในสภาพนี้เขารอดการจับกุมจากเอเจนต์ระดับสูงหลายคนมาได้
แม้จะต้องปะทะกันถึงเลือดเนื้อจนมีคนตายคามือเขาไปคนนึง
ซิลเวียนแค่นยิ้มกับโชคชะตาที่หมุนมาเอาคืนเขาเหมือนโรคร้าย
เอเจนต์006...ที่รัก..หรือเกือบเป็นที่รักของมิสเตอร์เอ็มผู้หมายจะจับตัวเขาแบบไม่ต้องจับตาย ซึ่งยังผลให้ตัวร้ายแบบเขาชนะไปด้วยความเป็นพระเอก
โง่ๆแบบนั้น
ทั้งที่อีกฝ่ายฝีมือพอกัน..พอที่จะฆ่าอีกฝ่ายได้ด้วยความเคียดแค้น...ความเกลียดชังที่ซิลเวียนมีต่อคนที่"อาจจะเป็นคนรัก"ของไมลส์
แต่เซอร์กานไม่ใช่คนแบบเขา
ไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายที่ฆ่าคนได้โดยไม่ต้องไตร่ตรอง แต่เป็นเจ้าหน้าที่MI6ที่ต้องการควบคุมตัวคนร้ายไปเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย
แม้จะมีอะไรหลายอย่างที่ดำมืดภายในคล้ายๆกับซิลเวียนที่บางที..ในอดีต..หากก้าวพลาดเซอร์กานอาจมาเป็นคนในเงามืดแบบเขาก็ได้
และตอนนั้นหากประมือกันอาจเป็นเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายพ่าย
แต่ก็อย่างที่ว่า
ฝ่ายที่ต้องการจะฆ่า...กับฝ่ายที่พยายามจะไม่ฆ่า ฝ่ายหลังคงลงมือยากกว่าอย่างช่วยไม่ได้
สุดท้าย...
มีดในมือของซิลเวียนก็เสียดตรงเข้าปลิดชีพเอเจนต์หนุ่มผู้ซื่อตรง...กว่าเขา
...............................................................
หัวหน้าผู้ก่อการร้ายหลบมาอีกทางด้วยขาข้างที่ยังพอใช้งานได้ เขาถูกยิงสกัดไว้หลายนัดที่อาจเจาะเข้าไปจนขาไร้ความรู้สึก
แต่ยังรับไหว.....
เขายังต้องมองหาชายอีกคนหนึ่งอยู่
ผู้ที่เมื่อครู่มองร่างของ006ไม่วางตาด้วยสายตาเหมือนโลกทั้งโลกจะพังทลาย สายตาอันอ่อนโยน ที่มองคนที่รักของตนหมดลมหายใจไปในอ้อมกอด 
นายคงเจ็บปวดมากใช่ไหม...
ซิลเวียนก็เจ็บปวด
ที่สายตาแบบนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อเขาอีกแล้ว

กลุ่มควันหนาทึบบดบังสายตา
รอบข้างยังมีการยิงสวนปะทะกันระหว่างฝ่ายเอเจนต์และผู้ก่อการร้าย กระสุนปืนในมือซิลเวียนถูกใช้ยิงโต้ตอบฝั่งตรงข้ามหลายคนจนใกล้จะหมดไป
เหมือนตัวเขาที่ใกล้จะหมดแรงเข้าทุกที
อยู่ที่ไหน....
ในช่วงตอนสุดท้ายของสติที่ใกล้จะริบหรี่
ซิลเวียนไม่รู้ว่าสายตาที่มองผ่านม่านควันนี้ต้องการใครกันแน่
คนที่ทำให้เขาต้องมาอยู่ในสภาพนี้
หรือคนที่จะมาช่วยเขาไปจากที่นี่กันแน่...
ไมลส์.......
ไคล์.........
...............................................................
ชายผู้คลั่งแค้นจนแผดเผาทุกสิ่งในชีวิตเพื่อมาอยู่ตรงนี้คงไม่ตายเพราะแค่โดนยิงไม่กี่แผล
ดวงตาสีเทากวาดหาเส้นทางที่น่าจะหลบไปได้ ทางซ้ายมีปืนของใคร..หรือศพไหนซักศพตกอยู่
ซิลเวียนกัดฟัน ลุกขึ้นอีกครั้งแล้วขยับออกไปคว้า
สายตากลับมองเห็นเงาร่างเคยคุ้นของเพื่อนเก่าอยู่ไม่ไกล

ไมลส์...

เสียงเรียกชื่อขาดห้วงไปในลำคอ ก่อนตะโกนชื่อใหม่

"มิสเตอร์เอ็ม!"

เสียงแหบห้าวดังก้องหมายให้คนผู้นั้นหันกลับมา
เพื่อจะดวลกันตัวต่อตัว
แต่......
เสียงที่ตอบรับกลับมากลับเป็นห่ากระสุนที่ยิงมาจากที่ไหนซักแห่ง
เขาเดินหมากพลาด...ที่คิดว่าตรงนี้มีแค่มิสเตอร์เอสกับมิสเตอร์เอ็ม
และเป็นร่างของเขาเองที่ล้มลงจมกองเลือดตัวเอง
กับขาสองข้างที่หมดสิ้นเรี่ยวแรงจะลุกขึ้น

TBC
 /////////////////////////////////////////////////

น่าจะ TBC ในวันใดวันหนึ่งนะ... /คิดว่า

[WIW] SUB EVENT 1 : Choose your duty

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
 
 

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


นานๆครั้งอคาร์ถึงจะออกมานอกค่ายในวันฟรีเดย์ แต่เขาก็เบื่อที่จะต้องทำงานเอกสารจุกจิกช่วยร้อยตรีหน้าอ่อนนั่นเต็มที
และเขามีเรื่องต้องคิดมากมาย..มากจนกระทั่งต้องจับเครื่องบินมาอังกฤษบ้านเก่า(หรือเรียกให้ถูกกว่าก็ซากเก่า)ที่พ่อของเขาเคยอยู่ก่อนจะไปเร่ร่อนอยู่ไหนตอนนี้ก็ไม่รู้
อคาร์โบกรถเข้าไปแถบใกล้ๆตัวเมืองลอนดอน พื้นที่ที่อดีตคงเคยเจริญอยู่แต่เขาไม่ได้มาเห็น
เพราะมันกลายเป็นจุดถูกโจมตีแรกๆในตอนเริ่มของสงครามโลกครั้งที่สาม
ถึงไม่ไกลจากนี้จะเป็นเขตพรมแดนสนามรบของอเมริกากับเยอรมัน Dover Harbor อยู่ห่างจากตรงนี้ไม่ถึงร้อยไมล์
แต่ผู้คนที่อยู่ที่นี่(แม้จะเป็นเพียงคนเร่ร่อนไปแล้ว)ก็ยังทู่ซี้อยู่กันได้ในซากปรักหักพัง
ถึงทางการจะมีประกาศให้อพยพคนออกไปจากเขตนี้ และถึงจะมีข่าวออกมาเรื่อยๆถึงการปะทะครั้งต่อไป
ทำไมไม่ย้ายๆไปซะ
อคาร์นึกถึงคำพูดและน้ำเสียงชวนหมั่นใส้ของชายหนุ่มชั้นสูงท่าทางอวดดีคนหนึ่งที่เพิ่งพบ
ถึงจะเห็นด้วยว่าแถวนี้มันอันตราย แต่เขาก็เข้าใจไม่ต่างจากคนเร่ร่อนแถวนี้ที่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังพอที่จะย้ายไปอยู่ที่ดีๆกว่านี้ได้ ไม่ก็คงหวงแหนในสิ่งที่ตนเองเรียกว่าบ้านรึเปล่า
อคาร์จะกระชับกระเป๋าเป้หลบจากสายตามิจฉาชีพที่คงแฝงตัวอยู่กับคนเร่ร่อนแถวนี้ แต่คิดอีกที เขาคงดูเหมือนจะไปปล้นคนอื่นเอาซะมากกว่า
ชายหนุ่มกวาดสายตาไปตามตึกเก่าเปลี่ยวร้าง พลางนึกว่าถ้าสงครามมาถึง ตึกเหล่านี้คงถูกพังทำลาย หรือไม่ก็เป็นจุดซ่องสุมกำลังที่ไม่รู้ว่าจะเป็นฝ่ายเขารึใคร
พอนึกมาถึงเรื่องนี้ได้
อคาร์ก็พาลจะอยากคว้าบุหรี่มาสูบดับความเครียด
เขาต้องเลือกหน่วยใหม่ หลังจากที่ข่าวการรบครั้งต่อไปถูกประกาศออกมาก็ถึงเวลาต้องเลือก
การฝึกฝนที่ผ่านมาและความสามารถของเขาไม่เกี่ยวกับอะไรที่เป็นเครื่องกลเลยสักนิด ดังนั้นก็ตัดหน่วยทหารช่าง หุ่นรบ รถถังหรืออะไรเทือกๆนั้นไปได้
ด้านทักษะปลอมแปลงตัวรึยุทธการก็ไม่ได้เรื่องเท่าไหร่นัก
งั้นถ้าเป็นหน่วยk9... มีหวังไปกัดกับหมาในหน่วยซะมากกว่า ขนาดคนด้วยกันพูดภาษาคนรู้เรื่องยังคุยกับเขาไม่ค่อยรู้เรื่อง
ทีนี้ก็เหลือแค่หน่วยซุ่มยิงกับหน่วยทหารพราน
อคาร์เคยฝึกในหน่วยสไนเปอร์มาหลายปีแต่ยังไม่ทันได้ลงพื้นที่ เพราะเกิดไปขัดขาเอากับครูฝึกเสียก่อน
ในขณะที่ครูฝึกพร่ำสอนเคล็ดลับการพรางตัว ฝึกซ้อมการยิง การคำนวณแรงลมและปัจจัยอีกมากมายที่เขาขี้เกียจจำเพื่อให้ผลลัพท์สุดท้ายคือลูกกระสุนเจาะเข้าไปปลิดชีพอย่างแม่นยำ
หลังจากที่นอนนิ่งเป็นวันๆ อำพรางตัวใต้ชุดไฮเทคเพื่อซ่อนตัวจากสายตาฝ่ายตรงข้าม
จะว่าไปก็ไม่ต่างจากเครื่องจักรที่ต้องทำงานเงียบเชียบและอดทน
ครูฝึกอีกคนที่ไม่ใช่คนที่เขาปะทะคารมด้วยจนต้องแลกหมัดกล่าวไว้อย่างสวยหรู

เรามีสิทธิ์ตัดสินชีวิตคนที่ปลายกระบอกปืนของเราได้แค่เพียงกระดิกนิ้ว
ราวกับพระเจ้า

ถึงจะเห็นด้วยกับถ้อยคำนั้นบางส่วน
แต่อคาร์ ข่าน ไม่ใช่คนที่นิ่งได้ขนาดนั้น
ถ้าหน่วยซุ่มยิงคือหน่วยที่รักษาชีวิตหน่วยทหารราบให้รอดด้วยการทำงานที่ราวกับลอบกัดแบบนั้น
สู้เป็นหนึ่งในทหารเหล่านั้นไม่ดีกว่าหรือ
อย่างที่มีทหารคนนึงที่เรียกเขาว่าเกลอ(ทั้งๆที่เขาจำชื่อมันไม่ได้)ว่าเพื่อนร่วมหน่วยก็ต้องแขวนชีวิตไว้ด้วยกัน
ยังไงซะการเผชิญกับศัตรูตรงหน้าและต่อสู้ด้วยกำลังและอาวุณธของตนตรงๆดูจะเป็นตัวเขากว่า การเล็งปืนผ่านลำกล้อง อยู่แต่กับตัวเองแล้วคิดว่าจะยิงหรือไม่
เขาไม่ฉลาดและคิดคำนวณได้มากขนาดนั้น...
และที่สำคัญ..พลซุ่มยิงคงสูบบุหรี่ตอนเครียดจัดๆไม่ได้บ่อยตามที่เขาอยากทำ
อคาร์คิดแล้วขำจนหัวเราะออกมา
จริงๆค่าตอบแทนของพลซุ่มยิงน่าจะดีกว่า แถมยังน่าจะปลอดภัยกว่าทหารพรานที่ต้องเป็นแนวหน้านำรบในพื้นที่สนามรบและชายแดน
สงสัยต้องเลิกบุหรี่ซะดีไหม...
แล้วไปเข้าหน่วยซุ่มยิงที่ได้ข่าวมาว่าเพิ่งมีการรับคนเพิ่มอีกหลายนาย
อคาร์ควานหาบุหรี่จากกระเป๋าเสื้อเจอจนได้ แต่ดันไม่มีไฟจะจุดซะงั้น
โชคดีหันไปเจอชายหนุ่มแปลกหน้านั่งสูบบุหรี่อยู่พอดี

ปลายบุหรี่ติดไฟ อคาร์อัดควันบุหรี่เข้าปอดแล้วหายใจออกมาเป็นสายควัน


ขนาดแค่คิดว่าจะเลือกหน่วยไหนเขายังเครียดขนาดนั้น
ถ้าต้องเลือกชะตาชีวิตคนที่ปลายไรเฟิลว่าจะให้อยู่หรือตาย เขาคงไม่สามารถทำใจให้นิ่งได้ขนาดนั้น...
และในสงคราม ความเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่ทุกคนมีคงเท่ากัน..ดังนั้นเอาที่ตัวเองถนัดไว้ดีกว่า
อย่างน้อยเขาก็ถนัดยิงสู้ซึ่งๆหน้าหรือตัวต่อตัวก็ว่าไปมากกว่า
และที่แน่ๆ เขาคงไม่ถูกเล็งยิงหัวทะลุถ้าสูบบุหรี่ระหว่างภารกิจบ้างเล็กน้อย..
อคาร์คิด
หน่วยทหารพรานงั้นหรือ คงต้องเคาะสนิมและฟิตร่างกายหนักหน่อยเสียแล้ว เพราะจะว่าไปเมื่อไม่นานมานี้การประมือกับพลทหารโอลิเวียเขาก็เพลี่ยงพล้ำให้ทั้งๆที่เป็นผู้ชายแท้ๆ
ข่านถอนหายใจเฮือกใหญ่(อย่างกับอายุจะสั้นลงไปสิบปี?)
เขาดับบุหรี่มวนสุดท้ายในการสนทนากับชายหนุ่มที่เรียกตนเองว่าสุภาพบุรุษเร่ร่อนก่อนเดินทางกลับค่าย
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
ส...ส่งเวนท์ /นอน
ตอนแรกว่าจะให้ข่านเข้าหน่วยซุ่มยิง แรงบันดาลใจจากการไปดู American Sniper แต่พอคิดถึงนิสัยข่านมันแล้วคงไม่ซุ่มนานๆไม่ไหวแหง เลือดร้อนขนาดนั้นนน
ฝากเนื้อฝากตัวลูกชายไว้ในอ้อมใจซักคนนนน

[SPA]3rd Event-My Room-Charl

 
spa_2ndmyroom
 
3rd Event : My Room ~ 
 
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
 
ROOM 204
 
 
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
 
ในที่สุด!
 
ชาร์ลคิดระหว่างที่ช่วยพนักงานจากXXIAประกอบเตียงเดี่ยว(และเตียงสองชั้น)ที่สั่งมา
 
ขอบคุณคุณผู้ดูแลที่จัดการเพิ่มเตียงให้"พอดีคน"ได้ซักที
แม้เวลาจะผ่านมาสักพักแล้วที่เขาและรูมเมทผู้น่ารัก(และไม่น่ารัก)ต้องแย่งชิงพื้นที่บนเตียงคู่อันเก่านั้น
 
และชาร์ลต้องลงท้ายด้วยการนอนในถุงนอนเพราะเพื่อนร่วมห้องลึกลับที่ตอนนี้เขาก็ยังไม่ทราบชื่อ(....)
 
บ่ายวันนี้เขาบอกฮัมเมลและผู้ดูแลแล้วว่าจะมีการขนย้ายของ
 
จริงๆก็แค่ยกเตียงสองชั้นตัวเก่าออกไป เอาเตียงสองชั้นตัวใหม่เข้ามาวางตรงมุมห้องชิดผนังไว้
 
ขยับนิดหน่อยให้มีที่สำหรับเตียงเดี่ยวตัวใหม่ที่เขาจับจ้องเอาไว้
 
เลื่อนโต๊ะเขียนหนังสือตัวใกล้ระเบียงที่เต็มไปด้วยหนังสือ เอกสาร อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ร้อยแปดล้านเก้าของเขา
รวมทั้งชั้นวางต้นไม้ที่รักที่เขาแบ่งมาบ้างจากที่ห้องวิจัย(แน่นอนว่านั่นไม่รวมพวกที่อยู่ที่ระเบียง...ที่ดูจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ)
 
(รูปเครื่องเรือนที่ย้ายเข้ามาใหม่)
 
(src: http://www.mytickerz.com/wp-content/uploads/2013/12/Twin-over-Double-Bunk-Beds-Naples-940x658.jpg )
(src:http://www.ikea.com/PIAimages/0208858_PE362586_S5.JPG)
 
แล้วจัดตู้เสื้อผ้าที่ใช้ร่วมกันให้ไปอยู่ใกล้กับโต๊ะหนังสืออีกตัวที่ฮัมเมลใช้อยู่ประจำ
 
โต๊ะอันที่ดูโล่งๆเรียบร้อยนั่นล่ะแล้วตามด้วยการเอาเสื้อผ้าฤดูหนาว(ที่ส่วนใหญ่เขาได้รับมาจากฮัมเมล)ออกจากตู้แล้วพับเก็บใส่ลิ้นชักใต้เตียง
 
แทนที่ด้วยเสื้อผ้าหน้าร้อน เชิ้ตผ้าฝ้ายสีสันแปลกตาที่ฮาโรลด์เพื่อนนักท่องเที่ยวของเขาส่งมาให้จากเอเซียและฮาวาย(เอาน่า อย่างน้อยมันก็เป็นสีเขียว)
 
การจัดห้องครั้งนี้ฟังดูไม่หนักนัก...ถ้าเขาไม่ได้อายุขนาดนี้
 
ขอบคุณพนักงานส่งเตียงที่ช่วยขยับเฟอร์นิเจอร์ในห้อง ช่วยเขาได้นิดหน่อย
 
แต่สุดท้ายแล้วเด็กหนุ่มนั่นก็ต้องกลับไปให้ทันกะ
 
ชาร์ลถอนหายใจเฮือก ขยับหยิบผ้าปูที่นอนใหม่เอี่ยมที่ได้มาพร้อมเสื้อผ้าหน้าร้อนนั่นล่ะ
 
 
(src: http://heavenleigh-art.blogspot.com/2013/06/sheet-sets-with-palm-trees.html)
 
จะว่าไปก็เสียดายผ้าปูเซ็ตเก่าอยู่เหมือนกันนะ ถูกใจเขาเอามากแท้ๆ
 
 (src:http://www.jabong.com/tangerine-Aquacado-Duvet-Cover-462892.html?pos=41)
 
ว่าแต่...เพื่อนร่วมห้องเขาไปไหนกันหมดล่ะเนี่ย...ชาร์ลคิดแบบหงุดหงิดหน่อยๆ
 
(="=)
 
///////////////////////////////////////
 
ส่งเวนท์สามล่ะ ออกแนวงงๆก่งก๊งมากแงงง /นอนนนน

[Art]25 kiss challenge+SUM2014

เป็นคิสฉ่าเล้งที่วาดสลับกับน้องหนาวหนาว แบบว่าก็ไม่เจียมตัวอ่ะนะฉ่าเล้งกับเมพ /น้ำตา

แต่ก็สู้ล่ะ ฮึกกกก

เครดิตอัพรูปโดยน้องหนาวหมดเลยข่าบบบ ของเราวันคี่ ของหนาววันคู่ 

จะวาดแค่คู่เดียวก็ดูจะวาดไม่ออกเลยมีหลายๆคู่รวมกันนน มาจากคอมมูทั้งน้านนน บางรูปก็เรทนิดหน่อยนะ ปิดตาข้างนึงก่อนดู /ผิด

Day 1: จูบศีรษะ

Day 2: จูบหน้าผาก

Day 3: จูบเปลือกตา

Day 4: จูบจมูก

Day 5: จูบแก้ม

Day 6: จูบปาก

Day 7: จูบคาง

Day 8: จูบหู

Day 9: จูบหลังหู

Day 10: จูบคอ

Day 11: จูบไหปลาร้า

Day 12: จูบไหล่

Day 13: จูบข้อมือ

Day 14:
มีเวอร์ชั่น 2 ด้วย

Day 15: จูบปลายนิ้ว

Day 16: จูบอก

Day 17: จูบสีข้าง

Day18: จูบเอว

Day 19: จูบหลัง

Day 20: จูบต้นขา

Day 21: จูบหัวเข่า

Day 22: จูบหน้าแข้ง

Day 23: จูบข้อเท้า

Day 24: จูบหลังเท้า

Day 25: จูบนิ้วเท้า
/////////////////////////////////////////////////////////

[WIW] Akar Khan : America

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
 
 
[WIW] Akar Khan : America
(โหมดรูปติดบัตร)
ชื่อ-สกุล : Akar Khan /อะคาร์ (เอเค) ข่าน
อายุ : 25
ตำแหน่ง : Sergeant (สิบเอก)
เพศ : ชาย
น้ำหนัก/ส่วนสูง : 188/90
สีตาสีผม : ตาสีฟ้าซีด ผมดำ
ลักษณะภายนอก :
ผิวสีเข้ม ร่างกายสูงใหญ่มีกล้ามเนื้อ ผมทรงเดรดล็อคยาวแต่รวบเรียบร้อย
เชื้อชาติ-สัญชาติ :
Afghan/English -USA
เมืองเกิด : บรุคลิน อเมริกา
ลักษณะนิสัย:
1.อารมณ์ร้อนและปากเสีย มักสบถติดปากและมารยาทไม่ดีเท่าไหร่เพราะรูปลักษณ์ภายนอกทำให้โดนหาเรื่องมาตั้งแต่เด็กๆ
2.เป็นมิตรเท่าที่มีประโยชน์แบบผิวเผิน แต่จะเข้ากับคนอื่นในช่วงแรกๆยากนิดหน่อย(อาจต้องมีฟาดปากกันซักยกถึงจะสนิท---)
3.ดูเป็นคนห่ามๆก็จริงแต่ก็ให้ความเคารพผู้บังคับบัญชาและจงรักภัคดีในประเทศชาติพอสมควร(ล่ะมั้ง)
ประวัติโดยสังเขป:
แม่เป็นชาวอัฟกันเป็นล่ามในคันดาฮาร์ พ่อเป็นนักข่าวชาวอังกฤษที่เข้าไปทำข่าวสงครามกลางเมืองในขณะนั้น ทั้งสองคนแต่งงานและกลับมา อยู่ที่อเมริกา หลังจากคลอดอคาร์ได้ไม่นานผู้เป็นแม่ก็จากไปโดยมีผู้เป็นพ่อเลี้ยงดูจนอายุ18ก็แยกตัวออกมาแล้วก็เข้าเกณฑ์ทหาร
อื่นๆ
เข้ารับราชการทหารได้เกือบ5ปีแล้ว แต่ยังคงไม่ได้เลื่อนยศไปไหนเนื่องจากลักษณะนิสัยที่ห่ามๆจนมีเรื่องชกต่อยและเข้าคุกทหาร(ฐานเบา)อยู่เนืองๆแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่
ปล. ติดบุหรี่(...)
(โหมดปกติ...หนวดเคราไม่โกนหรอกนะ)
Twitter : @WIW_Akar
 
//////////////////////////////////////////////////////////////////
 
ลงคอมมูเพิ่มอีกแล้วแม่จ๋าาา /_\,,

[EINT] Prolgue

เอ็นทรี่นี้เปนส่วนหนึ่งของ
 
 
ผู้เข้าร่วมการวิจัยทดลอง หมายเลข 66026 Group: Andromeda
ชื่อ: นาย กฤษณ์ ฉายแสง

 
Prologue
 
 
เวลา 23:55 เหลืออีกเพียง 5 นาที
กฤษณ์เขย่าขารัวๆพอกับการคลิกเมาส์บนปุ่มรีเฟรชหน้าเว็บของเว็บบอร์ดหนึ่ง
เหลืออีกแค่ 298 วินาทีจากตอนนี้ ถ้าไม่่มีมือดีที่ไหนโผล่มาปาดหน้า ของที่เขาต้องการ ของที่เขารอคอยมันมานานจะต้องกลายเป็นของเขา
หลังจากเฝ้าเพียรพยายามเติมเดิมพันประมูลทีละน้อยๆจนเมื่อใกล้จบประมูล ราคาขึ้นสูงเกือบแตะเพดานงบของเขาแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่รับไหว
เธอจะต้องเป็นของเขา
ดวงตาแวววาวใต้หนังตาแห้งกร้านจนริ้วขึ้นปรือตาจนแทบปิดนั่นลง เขาจ้องหน้าจอไม่วางตาจนใต้ตาเป็นวงๆแบบแพนด้า
แต่มันกำลังจะจบ อีกแค่นาทีเดียว!
กฤษณ์ยกยิ้มมุมปาก ประมูลเสร็จคืนนี้เขาคงนอนหลับฝันดี แม้ว่าตอนที่ "ของ" มาถึงไทยจะทำให้เขาพะวงจนนอนหลับไม่ได้อีกรอบ แต่ก็เป็นความวิตกกังวลที่แสนสุข
เขาเหม่อเคลิ้มไปเพียงชั่วครู่
ก่อนที่จะมีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ทะเล่อทะล่าเข้ามา
กรอกค่าที่มากกว่ายอดที่เขาลงไว้เพียง100เยน
ก่อนที่จะหมดเวลาประมูลเพียง15วินาที
FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF
เขาแทบจะแสปมคีย์บอร์ดระบายอารมณ์แล้วเขวี้ยงโน้ตบุคทิ้งถ้ามันไม่ได้มีงานที่ต้องส่งพรุ่งนี้เซฟอยู่เต็ม
ไมโกะจังDDอกไซส์XXXLคัสตอมพิเศษที่เขาเล็งตั้งแต่ตอนเปิดตัวที่งานดอลปา
ไมโกะจังของเขา
กฤษณ์มัวแต่พร่ำเพ้ออยู่นั่นจนเวลาล่วงไปตีหนึ่งโดยลืมงานออฟฟิศที่หอบกลับมาทำต่อที่บ้านไปสนิท
----------------------------------------------------------------
แล้วก็เข้าสู่จงจรเดิม
เวลา 06.04 เลยเวลามาแล้ว 4 นาที
หลังจากการวิ่งผ่านน้ำ แต่งตัวด้วยความเร็วแสง กฤษณ์ก็ต้องยิงระยะยาวไม่มีหยุดตั้งแต่มอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าคอนโด มาต่อรถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้าแล้วต่อด้วยการวิ่งเต็มเหยียดเพื่อจะให้ทันรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยไปนิคมอุตสาหกรรม
ใช่ เขากำลังจะไปทำงานที่ออฟฟิศไกลปืนเที่ยงนั่น
บางทีเขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนที่อาศัยอยู่ในเมืองแบบเขาถึงต้องถูกส่งไปประจำโรงงานย่านปริมณฑลแบบนั้นด้วย
กฤษณ์ปาดเหงื่อออกจากหน้า แดดร้อนจัดทั้งที่เพิ่งเช้าบวกกับสภาวะท้องว่างอันนำมาสู่อาการความดันเลือดต่ำตอนเช้าๆแบบนี้ทำให้เขาหงุดหงิดราวกับสตรีวัยหมดประจำเดือน(...)
รถตู้คันที่สามจอดลงตรงหน้าแถวยาวเหยียดที่มีคนยืนต่อรอกันอยู่ ถึงจะเลยเวลาออกรถไปนิดหน่อยแต่ก็ดีเพราะไม่ต้องรอคิวคนเต็มให้รถออก
และโชคดีที่มีที่นั่งเหลืออีกสองสามที่ ชายหนุ่มตอนปลายยืนต่อคิวเตรียมขึ้นรถตู้ แล้วคิดว่าจะได้หลับต่อซักหน่อย การเดินทางระยะไกลที่กินเวลาไปสามชั่วโมงแบบนี้ทำให้เขาต้องตื่นเช้าแบบที่ตัวเองไม่เคยชอบ
เขากำลังจะก้าวขาขึ้นรถตู้
และมีสิ่งมีชีวิตประเภทมนุษย์ป้าคนนึงที่ต้องขึ้นคิวถัดจากเขาสองคนแทรกตัวมา เธอปีนเข้าประตูไป วางก้นมหึมาลงบนที่นั่งที่เขาและเด็กสาวนักศึกษาอีกคน"ควร"จะได้นั่งได้สองคนแล้วปิดประตูรถตู้
คนคุมคิวรถดูจะงงๆแล้วเปิดประตูคุยกับสตรีนางนั้นที่โวยวายช้งเช้งว่าเธอรีบ เธอต้องไปให้ทันนัด คนไทยเหมือนกันเสียสละให้สิยะ บลาๆแล้วมองสาวน้อยที่ยืนข้างเขาด้วยสายตาบีบบังคับให้แสดงน้ำใจ
กฤษณ์อ้าปากจะพูดอะไรซักอย่างที่คาดว่าจะระบายความหงุดหงิดของเช้านี้ไปได้หมดสิ้น(รอมานาน)ได้ แต่ต้องหยุดไว้เมื่อน้องนักศึกษาใจงามยิ้มหวานให้มนุษย์ป้านั่นแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ให้คุณป้าไปก่อนด้วยน้ำเสียงสดใสและโลกสวย
FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF
กฤษณ์เข้างานสายไปเกือบครึ่งชั่วโมง
----------------------------------------------------------------
เวลา 18.47 เลยเวลาเลิกงานมาเกือบหนึ่งชั่วโมง
หน้าจอคอมพิวเตอร์เก่ากึ้กที่ต่างกับหน้าจอMcของฝ่ายกราฟฟิคที่ออฟฟิศหลักราวฟ้าเหวกระพริบปริบๆเป็นระยะชวนปวดตา เขาถอดแว่นแล้วนวดหัวตายิบหยีของตัวเองไล่ความมึนงง
งานวันนี้ส่งไปแล้วแต่เพราะวันนี้เขามาทำงานสายไปครึ่งชั่วโมง ฝ่ายบุคคลของโรงงานที่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลยก็บังคับให้เขาอยู่ทดเวลาให้ครบ
และหัวหน้าแผนกกราฟฟิคก็ส่งไลน์(ขอย้ำว่าไลน์)มาสั่งงานตอน 17.55
ลงท้ายด้วยสติกเกอร์ไลน์น่ารักมุ้งมิ้งว่า ขอพรุ่งนี้นะคะ OK
FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF
วินาทีนั้นกฤษณ์รุ้สึกเกลียดไลน์จนอยากจะปามือถือทิ้ง
บ่อยครั้งที่กฤษณ์อยากจะหางานใหม่
แต่ด้วยอายุที่ปาไปสามสิบ---แล้ว ในสายงานของเขาที่เด็กจบใหม่ไฟแรง...และแน่นอน เงินเดือนถูกย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับบริษัทการ์เมนท์ขนาดใหญ่ที่เน้นจำนวนการผลิตมากกว่าความสร้างสรรค์
นักศึกษาจบใหม่ที่โลกแห่งความฝันอันสวยงามยังไม่ถูกทำลายไปด้วยความจริงของชีวิตในการเป็นมนุษย์เงินเดือน
เขาถอนหายใจเป็นครั้งที่ล้านแล้วเก็บของเตรียมออกจากออฟฟิศ ก่อนนั้นก็เช็คเมลอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่นให้เขาต้องตื่นมาปั่นงานกลางดึกอีก สายตาไล่ไปตามเมลในอินบ็อกซ์ที่มีทั้งจดหมายงานกับแสปมเมลปะปนกัน แทรกด้วยเมลแจ้งจากบริษัทจัดหางานเป็นระยะๆ
ถึงจะบอกว่างานหายาก แต่เขาก็ขอรับข่าวสารไว้บ้าง "เผื่อเอาไว้"
เงินเดือนไม่ผ่าน ลบ
สถานที่ทำงานไม่ผ่าน ลบ
นี่มันบริษัทที่เคยไปคุยงานด้วย...ที่เขี้ยวลากดิน ลบ
กฤษณ์หลับตาลงแล้วนวดหลังคอ วันนี้ก็ยังไม่มีอะไรน่าสนใจ กลับบ้านไปลุ้นว่าชุดดอลลิมิเต็ตของโวล์คจะออกมาเปิดจองเมื่อไหร่ดีกว่า
แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับชื่อบริษัทคุ้นตาที่เคยเห็นในโฆษณาทั้งทางทีวีและเวปไซต์บ่อยๆ
Gyre Laboratories, Inc.
บริษัทนี้มีชื่อเสียงและดูมั่นคง ผ่าน
สถานที่ทำงาน ย่านสีลมที่เขานั่งรถไฟใต้ดินไปทำงานได้สบายๆ ผ่าน
ระดับเงินเดือน... เกินจากคำว่าผ่านของเขาไปหลายขุม
...........
เหลือเพียงเกณฑ์การทำงานที่ดูแหม่งๆว่าจะเป็นระบบขายตรงนี่ล่ะ...
และ
ไอ้แค่นอนก็ได้เงินนี่มันอะไรกัน...นอกจากโฆษณารับสาวร้านนวดแล้วเขายังไม่เคยเห็นงานที่ไหนที่ทำงานสบายๆแบบนั้นแล้วได้เงินดีๆ
สำหรับเขาเวลานอนมันคือสิ่งที่ต้องจ่ายเพิ่มถ้าต้องการทีเดียวล่ะ
ท้ายจดหมายแจ้งงานมีอีเมลและเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อกลับ
กฤษณ์คิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกรอกข้อมูลแล้วส่งกลับไปอย่างไม่หวังอะไรมาก
อย่างน้อยก็ได้รู้ว่างานนั้นมันคืออะไร..ไม่มีอะไรเสียหายนี่
เขากดส่งเมลแนบข้อมูลส่วนตัวกลับไปแล้วปิดคอม ปิดแอร์ปิดไฟและปิดออฟฟิศ เกือบสองทุ่มแล้วแต่เเขาต้องเดินทางไปต่ออีกหลายขั้นเพื่อจะได้กลับบ้าน
----------------------------------------------------------------
เฮ้อ....
เขาถอนหายใจเป็นครั้งที่หนึ่งล้านหนึ่ง ล้าจนอยากกลับไปนอนซักสองสามชั่วโมง
เดี๋ยวค่อยลุกขึ้นมาทำงานด่วนของยัยหัวหน้านั่นทีหลังแล้วกัน
เขาคิดแล้วปีนขึ้นรถตู้สายเดิม เวลานี้รถโล่งพอที่จะงีบได้ชั่วครู่ก่อนจะไปต่อรถไฟฟ้า ชายหนุ่มเอนตัวลงกับเบาะกะพักสายตาชั่วครู่
เคลิ้มๆใกล้หลับ พอดีกับที่มีโทรศัพท์เข้ามาพอดี
FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFF
กฤษณ์หงุดหงิดครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้แล้วของวันนี้ แต่มือก็หยิบมือถือขึ้นมารับสาย เพราะถ้าเป็นโทรศัพท์เรื่องงานนอกที่เขาไปแอบรับทำอาจจะพอเอาไปซื้อของเล็กๆน้อยๆให้เหล่าสาวๆของเขาแก้เครียดได้
ซึ่งก็น่าแปลกใจ ที่เสียงชายหนุ่มปลายสายกล่าวขึ้นมาอย่างเป้นทางการ
"สวัสดีครับ ผมตี๋จากบริษัท Gyre Laboratories, Inc. ไม่ทราบว่าคุณสนใจจะมาทำงานกับเราหรือเปล่าครับ......."
----------------------------------------------------------------

เป็นบท Prolgue ที่ใช้ตัว F เปลืองมาก 55555
ลุงแกเป็นคนขี้บ่นและขี้หงุดหงิดนิดหน่อย ให้นึกภาพตัวเอฟของลุงเป็นหน้าตาแบบนี้นะ
 
 
/โดนลุงชก

[EINT]นายก.กฤษณ์ ฉายแสง

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
Exteen Intersomnia
ผู้เข้าร่วมการวิจัยทดลอง หมายเลข 66026
ชื่อ: นาย กฤษณ์ ฉายแสง
เพศ: ชาย
วันเกิด: 11 สิงหาคม
น้ำหนัก: 76  กิโลกรัม   ส่วนสูง: 178 เซ็นติเมตร  
ประวัติส่วนตัว:
-อดีตกราฟฟิคดีไซน์ของโรงงานเสื้อผ้าซักแห่งแถวๆนิคมอุตสาหกรรม
-แต่เบื่อการเดินทางไกลๆ เลยขอออกมาเป็นฟรีแลนซ์ แต่ยังทำงานให้บริษัทเดิมอยู่
-ถึงจะบอกว่าเป็นฟรีแลนซ์แต่ก็ยังต้องเข้าบริษัทอยู่ดี แต่เข้างานบ่ายนู่น
-ทีนี้ก็เลยเลิกดึก
-แล้วก็เลยนอนดึก
-ตื่นสายอีกรอบเป็นเซอร์เคิล เลยเป็นลุงที่ดูแก่กว่าวัย ตาปรือง่วงอยู่ตลอดเวลา แถมยังความดันต่ำ
-งั้นเวลาง่วงจะเป็นคนที่ไม่ควรเข้าไปวุ่นวายด้วยเด็ดๆ แต่เวลาไม่ง่วง(แถวๆช่วงเย็น)ก็คนปกตินี่ล่ะ
-ได้ข่าวมาว่าบ.Intersomnia มีงานที่ทำในตอนหลับได้ งานดีเงินเดือนเยอะ
ช่วงนี้งานฟรีแลนซ์น้อยแถมยังอยากได้DDที่เพิ่งออกมาเลยไปลองสมัครทำงานซะหน่อย
-DDคือ Dollfie Dream....
-เซิร์จแล้วก็รู้

-เราจะไม่พูดว่าที่หัวแดงทั้งที่อายุก็ขนาดนี้เพราะตัวละครในอนิเมที่ชอบหัวแดง...
เป็นคนกินเก่งและนอนเก่ง ไม่ชอบออกกำลังกาย และติดโซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นบางอัน
ไม่ค่อยดูแลเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเอง หนวดเคราครึ้มๆไม่ได้โกน หัวฟู
(แต่DDในสังกัดสวยปิ๊งเป๊ะ)
(พูดง่ายๆก็...นี่มันเราเองอัพอายุแล้วเปลี่ยนเป็นสายC ฮาาาาาาาาาาา)



ทวิตคอมมู  
สนใจโคประวัติได้ที่ทวิตเตอร์ @noirpoipoison หรือ EMS นะครัชชชช